![]() |
|
|||||||||||
| www.uscrithailand.org | ||||||||||||
|
|
ข่าวสาร เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2550
รายงานผลสำรวจสถานการณ์ผู้ลี้ภัยทั่วโลก ปี 2007 เปิดเผย จากรายงานผลสำรวจสถานการณ์ผู้ลี้ภัยทั่วโลก ปี 2007 ขององค์การยูเอสซีอาร์ไอ หรือ สำนักงานองค์การเพื่อผู้ลี้ภัยและผู้อพยพแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Committee for Refugees and Immigrants) สงครามในอิรักส่งผลให้จำนวนผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปี และการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยทั่วโลกกลับเป็นไปในทางที่แย่ลงอย่างต่อเนื่อง รายงานยังได้ระบุจำนวนผู้ลี้ภัยทั่วโลกในรอบปี 2006 ที่ผ่านมา ว่ามีอยู่กว่า 13.9 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2005 ประมาณกว่า 2 ล้านคน ประเทศไทยได้รับผลการประเมินจากรายงานนั้นได้ในระดับต่ำ เช่น ระดับ F สำหรับหัวข้อการบังคับส่งกลับและ การกักกันผู้ลี้ภัย และระดับ D สำหรับหัวข้อเสรีภาพในการเดินทางและหัวข้อสิทธิในการหารายได้เลี้ยงชีพ แต่ผลการประเมินก็ได้กล่าวชื่นชมในเรื่องการปรับปรุงการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยไปในแนวทางที่ดีขึ้นในหลายๆด้าน เช่น การที่รัฐบาลไทยเริ่มออกบัตรประจำตัวผู้ลี้ภัย ให้โอกาสทางการศึกษามากขึ้น และเริ่มพิจารณาหาหนทางที่จะอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยทำงานได้ในระดับหนึ่ง สำหรับประเทศแทนซาเนีย และประเทศจีนนั้น ต่างก็ได้มีการบังคับผู้ลี้ภัยให้กลับประเทศต้นทาง ในขณะที่ ประเทศจอร์แดน ประเทศซีเรีย และประเทศอื่นๆ ปฏิเสธที่จะให้สถานภาพทางกฎหมายแก่ผู้ลี้ภัยชาวอิรักที่มีอยู่เกือบ 1.7 ล้านคน “การสำรวจสถานการณ์ผู้ลี้ภัยทั่วโลก ปี 2007 แสดงให้เห็นว่า ไม่มีประเทศใดๆที่มีสิทธิ์ที่จะปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยอย่างไม่เหมาะสม” นาง ลาวิเนีย ลีโมน ประธานและผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร องค์การยูเอสซีอาร์ไอ สำนักงานใหญ่ กรุงวอชิงตัน ดี ซี กล่าว ความรุนแรงต่อเนื่องในอิรักส่งผลให้ผู้ลี้ภัยชาวอิรักจำนวนกว่า 789,000 คน อพยพออกนอกประเทศในปี 2006 ในจำนวนดังกล่าว กว่า 449,000 คน อพยพเข้าไปในประเทศซีเรีย และอีก 250,000 คน อพยพเข้าไปในประเทศจอร์แดน ในขณะที่สถานการณ์ของผู้ลี้ภัยจากประเทศอื่นที่อพยพมาพำนักอยู่ในประเทศอิรักนั้นมีความรุนแรงกว่า มีรายงานว่ากองกำลังกลุ่มชีอะตั้งแผนสังหารผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตล์ ซึ่งได้ทำการสังหารไปแล้วอย่างน้อย 170 คนในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ประมาณ 19,000 คน ได้หลบหนีออกจากประเทศอิรักในช่วงปี 2006 มีจำนวนหลายร้อยคนที่หลบซ่อนตนอยู่ตามแนวชายแดนประเทศซีเรียและจอร์แดนโดยปราศจากการช่วยเหลือใดๆ ในขณะเดียวกัน ทั่วโลกมีผู้ลี้ภัยเกือบ 9 ล้านคนที่ถูกกักเก็บในค่ายผู้ลี้ภัย โดยถูกปฏิเสธสิทธิในการทำงานและเสรีภาพในการเดินทางเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว รายงานแจ้งว่ายังมีบางประเทศที่ปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยเป็นอย่างดี ประเทศดังกล่าว ได้แก่ ประเทศแคนนาดาและประเทศเบนิน ซึ่งทั้งคู่ได้รับการประเมินให้อยู่ในระดับ A ในหัวข้อการบังคับส่งกลับ หัวข้อเสรีภาพในการเดินทาง และหัวข้อสิทธิในการหารายได้เลี้ยงชีพ และระดับ B ในหัวข้อการกักกันผู้ลี้ภัย อย่างไรก็ตาม รายงานยังประเมินคะแนนให้ประเทศทั้งสองต่ำลงเล็กน้อยกว่าปีที่แล้ว สำหรับประเทศที่ได้รับการประเมินให้มีระดับต่ำลงอย่างมากนั้นคือ ประเทศบังกลาเทศ เนื่องมาจากกรณีการกักกันกลุ่มมุสลิมโรฮิงยาจากประเทศพม่าหลายร้อยคน และมีการบังคับให้กลับประเทศ อย่างน้อย 75 คน เช่นเดียวกับประเทศประเทศเวเนซูเอลา ที่มีการบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวโคลัมเบียเนื่องจากการลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย
|
|||||||||||
|
|
||||||||||||