www.uscrithailand.org
 


 


 
 

 

 
 

ข่าวสาร

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2550
เนื่องในโอกาสที่องค์การยูเอสซีอาร์ไอได้จัดทำการสำรวจสถานการณ์ผู้ลี้ภัยทั่วโลก ปี 2007 ขึ้น และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วโลก  ในประเทศไทย สำนักงานองค์การยูเอสซีอาร์ไอ ประเทศไทย จะจัดงานแถลงข่าว เรื่อง “รายงานผลสำรวจสถานการณ์ผู้ลี้ภัยทั่วโลก ปี 2007” ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน คือ

    • คุณสุรพงษ์ กองจันทึกกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ
    • คุณนคร ชมพูชาติ รองประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความ
    • คุณอดิศร เกิดมงคล เจ้าหน้าผู้ปฏิบัติงาน จากกลุ่มคณะทำงานเรื่องแรงงานข้ามชาติ
    • ดำเนินรายการโดยเจ้าหน้าที่องค์การยูเอสซีอาร์ไอ

    รายงานผลสำรวจสถานการณ์ผู้ลี้ภัยทั่วโลก ปี 2007 เปิดเผย
    ผู้ลี้ภัยในโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้น ในขณะที่การปฏิบัติต่อพวกเขาเป็นไปในทางที่แย่ลง
     เนื่องในงานแถลงข่าวเปิดตัวผลสำรวจ วันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2550 เวลา 13.00 – 15.00 น.

    จากรายงานผลสำรวจสถานการณ์ผู้ลี้ภัยทั่วโลก ปี 2007 ขององค์การยูเอสซีอาร์ไอ หรือ สำนักงานองค์การเพื่อผู้ลี้ภัยและผู้อพยพแห่งสหรัฐอเมริกา (U.S. Committee for Refugees and Immigrants) สงครามในอิรักส่งผลให้จำนวนผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปี และการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยทั่วโลกกลับเป็นไปในทางที่แย่ลงอย่างต่อเนื่อง รายงานยังได้ระบุจำนวนผู้ลี้ภัยทั่วโลกในรอบปี 2006 ที่ผ่านมา ว่ามีอยู่กว่า 13.9 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2005 ประมาณกว่า 2 ล้านคน

    ประเทศไทยได้รับผลการประเมินจากรายงานนั้นได้ในระดับต่ำ เช่น ระดับ F สำหรับหัวข้อการบังคับส่งกลับและ การกักกันผู้ลี้ภัย และระดับ D สำหรับหัวข้อเสรีภาพในการเดินทางและหัวข้อสิทธิในการหารายได้เลี้ยงชีพ แต่ผลการประเมินก็ได้กล่าวชื่นชมในเรื่องการปรับปรุงการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยไปในแนวทางที่ดีขึ้นในหลายๆด้าน เช่น การที่รัฐบาลไทยเริ่มออกบัตรประจำตัวผู้ลี้ภัย ให้โอกาสทางการศึกษามากขึ้น และเริ่มพิจารณาหาหนทางที่จะอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยทำงานได้ในระดับหนึ่ง

    สำหรับประเทศแทนซาเนีย และประเทศจีนนั้น ต่างก็ได้มีการบังคับผู้ลี้ภัยให้กลับประเทศต้นทาง ในขณะที่ ประเทศจอร์แดน ประเทศซีเรีย และประเทศอื่นๆ ปฏิเสธที่จะให้สถานภาพทางกฎหมายแก่ผู้ลี้ภัยชาวอิรักที่มีอยู่เกือบ 1.7 ล้านคน  “การสำรวจสถานการณ์ผู้ลี้ภัยทั่วโลก ปี 2007 แสดงให้เห็นว่า ไม่มีประเทศใดๆที่มีสิทธิ์ที่จะปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยอย่างไม่เหมาะสม” นาง ลาวิเนีย ลีโมน ประธานและผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร องค์การยูเอสซีอาร์ไอ สำนักงานใหญ่ กรุงวอชิงตัน ดี ซี กล่าว

    ความรุนแรงต่อเนื่องในอิรักส่งผลให้ผู้ลี้ภัยชาวอิรักจำนวนกว่า 789,000 คน อพยพออกนอกประเทศในปี 2006  ในจำนวนดังกล่าว กว่า 449,000 คน อพยพเข้าไปในประเทศซีเรีย และอีก 250,000 คน อพยพเข้าไปในประเทศจอร์แดน ในขณะที่สถานการณ์ของผู้ลี้ภัยจากประเทศอื่นที่อพยพมาพำนักอยู่ในประเทศอิรักนั้นมีความรุนแรงกว่า มีรายงานว่ากองกำลังกลุ่มชีอะตั้งแผนสังหารผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตล์ ซึ่งได้ทำการสังหารไปแล้วอย่างน้อย 170 คนในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ประมาณ 19,000 คน ได้หลบหนีออกจากประเทศอิรักในช่วงปี 2006 มีจำนวนหลายร้อยคนที่หลบซ่อนตนอยู่ตามแนวชายแดนประเทศซีเรียและจอร์แดนโดยปราศจากการช่วยเหลือใดๆ  ในขณะเดียวกัน ทั่วโลกมีผู้ลี้ภัยเกือบ 9 ล้านคนที่ถูกกักเก็บในค่ายผู้ลี้ภัย โดยถูกปฏิเสธสิทธิในการทำงานและเสรีภาพในการเดินทางเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว

    รายงานแจ้งว่ายังมีบางประเทศที่ปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยเป็นอย่างดี ประเทศดังกล่าว ได้แก่ ประเทศแคนนาดาและประเทศเบนิน ซึ่งทั้งคู่ได้รับการประเมินให้อยู่ในระดับ A ในหัวข้อการบังคับส่งกลับ หัวข้อเสรีภาพในการเดินทาง และหัวข้อสิทธิในการหารายได้เลี้ยงชีพ และระดับ B ในหัวข้อการกักกันผู้ลี้ภัย อย่างไรก็ตาม รายงานยังประเมินคะแนนให้ประเทศทั้งสองต่ำลงเล็กน้อยกว่าปีที่แล้ว สำหรับประเทศที่ได้รับการประเมินให้มีระดับต่ำลงอย่างมากนั้นคือ ประเทศบังกลาเทศ เนื่องมาจากกรณีการกักกันกลุ่มมุสลิมโรฮิงยาจากประเทศพม่าหลายร้อยคน และมีการบังคับให้กลับประเทศ อย่างน้อย 75 คน  เช่นเดียวกับประเทศประเทศเวเนซูเอลา ที่มีการบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวโคลัมเบียเนื่องจากการลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย

     

     

     

     

 
   


องค์การ ยู เอส ซี อาร์ ไอ

บ้านเซเวียร์ 43 ซอยราชวิถี 12
ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท
กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-354-9362 : 02-640-9025
โทรสาร: 02-640-9025