www.uscrithailand.org
 


 


 
 

 

 

หนังสือข่าวรายเดือน องค์การยูเอสซีอาร์ไอ ฉบับเดือน กันยายน 2550
(ดาวโหลด pdf ไฟล์
)

1. แกนนำภาคธุรกิจ แรงงานและศาสนาเปิดตัวแสดงจุดยืนยุติการกักเก็บผู้ลี้ภัย 
2. แจ้งแถลงการณ์พันธกิจกลุ่มความร่วมมือภาคธุรกิจ แรงงานและศาสนาเพื่อสิทธิผู้ลี้ภัย
3. บทความที่น่าสนใจ:
3.1) ดาเรศ ชูศรี “สรุปผลการสำรวจของสถาบันวิจัยเอแบคโพลล์ โดยดาเรศ ชูศรี”
3.2) เมอร์ริล สมิธ “คำถามที่มีคนถามบ่อยๆเกี่ยวกับประเด็นสิทธิผู้ลี้ภัย”
3.3) สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ “ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อยุธยา ยอมรับหากมีการนำเข้าต่าง
ด้าวเข้ามาทำงานในสถานประกอบการเป็นเรื่องที่ดี เพราะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนมากขึ้น
4. รายนามผู้ลงนามสนับสนุนถ้อยแถลงเรียกร้องให้ยุติการกักเก็บผู้ลี้ภัยประจำเดือนกันยายน
- - - - - - - - -
1. แกนนำภาคธุรกิจ แรงงานและศาสนาเปิดตัวแสดงจุดยืนยุติการกักเก็บผู้ลี้ภัย 

http://61.47.7.69/tube4com/vip/testclip1.htm
http://61.47.7.69/tube4com/vip/testclip3.h
http://61.47.7.69/tube4com/vip/testclip4.htm

(ไฟล์ Video มี 4 ช่วง แต่งช่วงที่ 2 ข้อมูลภาพมีปัญหา แต่ท่านสามารถรับฟังเนื้อหาทั้งหมดได้จากไฟล์ข้อมูลเสียง)

ดาวโหลดไฟล์ข้อมูลเสียง

 


วันอังคารที่18 กันยายน 2550 สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย -- องค์การยูเอสซีอาร์ไอทำการเปิดตัวกลุ่มความร่วมมือภาคธุรกิจ ศาสนา และแรงงานเพื่อสิทธิผู้ลี้ภัย  และมีการแถลงพันธกิจของกลุ่มความร่วมมือดังกล่าว โดยตัวแทนแกนนำกลุ่มภาคธุรกิจ แรงงาน และศาสนา ได้แสดงจุดยืนของแต่ละฝ่ายในเรื่องการคุ้มครองผู้ลี้ภัย มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 30 คน โดยรวมถึงนักข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน คมชัดลึก ITN (Channel 4 News), บีบีซี สำนักข่าวไทย/ข่าวช่องเก้า Asia Sentinel, หนังสือพิมพ์บนเว็บประชาไท Australian Broadcasting Corporation, and SHWE ตัวแทนจากกองบัญชาการทหารสูงสุด  ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ และสหภาพยุโรป และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า

 

 

 

 

 

คุณสิทธิศักดิ์ วงศ์อ่อน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตัวแทนแกนนำภาคธุรกิจกล่าวว่าเขาและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเห็นด้วยกับการให้ผู้ลี้ภัยได้มีสิทธิที่จะทำงานนอกค่าย และมีเสรีภาพทางการเดินทางด้วยเหตุผลทางด้านมนุษยธรรม สภาอุตสาหกรรมอยุธยาไม่ได้หวังแค่ใช้แรงงานของคนเหล่านี้เพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงการพัฒนาประเทศ อีกทั้งสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลในการป้องกันภัยความมั่นคงต่างๆ  โดยทางสภาฯพยายามให้แรงงานต่างด้าวขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อง่ายแก่การควบคุมช่วยลดปัญหาอาชญากรรมตามจับกุมไมได้ ทั้งๆที่ผ่านมาเขาไม่เคยเห็นแรงงานต่างด้าวก่ออาชญากรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเลย เพราะคนเหล่านี้มุ่งมั่นทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ถึงค่ำมืดไม่มีเวลาไปก่อปัญหาที่ไหน ส่วนมากอาชญากรรมในพื้นที่จะกระทำโดยเด็กวัยรุ่นในท้องที่ ดังนั้นเขาจึงไม่เห็นด้วยกับคนที่กล่าวว่าเอาแรงงานต่างด้าวมาทำงานจะก่อให้เกิดปัญหา แต่เห็นด้วยกับการให้โอกาสให้คนเหล่านี้ได้ออกจากค่ายผู้ลี้ภัยมาทำงานเพราะเรายังต้องการแรงงานเป็นจำนวนมากแม้แต่ในช่วงสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันนี้  

 

พระกิตติศักดิ์ กิตติโสภโณ ประธานมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ ให้คำแถลงที่เปี่ยมด้วยพลังว่า ก่อนการเกิดขึ้นของรัฐชาติสมัยใหม่และเส้นแบ่งเขตแดนใหม่นั้น ผู้ลี้ภัยก็เคยถือว่าเป็นเพื่อนร่วมภูมิภาคของเรา แต่มาปัจจุบันพวกเขาหนีภัยเข้ามาพักพิงประเทศไทยก็ถูกปฏิบัติอย่างร้ายแรงในประเทศไทยหลายซ้ำหลายซ้อนไม่ยิ่งหย่อนกว่าในประเทศพม่าซึ่งก็ไม่ยอมรับว่าพวกเขาเป็นประชาชนของพม่าอีกต่อไปพระคุณเจ้ากล่าวว่าการเปิดตัวของกลุ่มความร่วมมือภาคธุรกิจ แรงงานและศาสนาเพื่อสิทธิผู้ลี้ภัย (ธรศ.) เป็นนิมิตหมายอันดี และกล่าวว่าไม่เพียงแค่ให้สถานะแรงงานต่างด้าวกับผู้ลี้ภัย แต่ต้องให้พวกเขาได้รับสิทธิและเสรีภาพเช่นเดียวกัน โดยถ้าประเทศพม่ามีความเป็นประชาธิปไตยเมื่อไหร่แล้วล่ะก็ ปัญหาผู้ลี้ภัยเหล่านี้ก็จะเบาบางลง

 


ในขณะที่พระอธิการอินตาอินทวีโร เจ้าอาวาสวัดป่าเป้า จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าเราควรแยกแยะระหว่างแรงงานต่างด้าวและผู้ลี้ภัย ผู้ลี้ภัยได้หลบหนีมาอยู่ประเทศไทยเป็นเวลา 10 ถึง 20 ปีแล้ว พวกเขาเหล่านี้มาไม่ใช่เพราะอยากมา แต่เพราะถูกกดขี่ข่มเหงจึงจำเป็นต้องหนีมา ประเทศไทยควรให้สถานภาพทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน อันได้แก่สิทธิในการทำงานและเสรีภาพในการเดินทางเพื่อให้พวกเขาได้อยู่ในประเทศไทยอย่างปกติสุข

 

 

 

คุณบรรจง บุญรัตน์ ประธานสภาองค์การลูกจ้าง สภาศูนย์กลางแรงงาน
แห่งประเทศไทย กล่าวว่าในฐานะที่เขาเป็นตัวแทนแรงงานไทยได้ทำงานกับแรงงานไทยผู้ด้อยโอกาสในสังคม จึงเข้าใจผู้ลี้ภัยว่าเป็นมนุษย์ปุถุชนที่ต้องการหาสิ่งที่ดีกว่า ที่ผ่านมา เขาเห็นว่าผู้อพยพเหล่านี้ไม่ได้แย่งงานคนงานไทย เช่นเดียวกับที่คนงานไทยหลายคนก็ไปทำงานในต่างประเทศในงานที่คนในประเทศนั้นไม่ทำ พวกเขาเป็นคนที่มีความสามารถ ดังนั้นเราควรให้โอกาสเขามากขึ้น ถ้าเราปล่อยผู้ลี้ภัยไว้ในค่าย พวกเขาจะเป็นง่อยเสีย หรือบางคนอาจจะหนีออกไปทำงานหลบๆซ่อนๆนอกค่าย เนื่องจากเราขาดแคลนแรงงานอีกมาก การให้พวกเขาได้ทำงานจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศของเรา และต่อพวกเขาในการพัฒนาตนเอง เมื่อพวกเขากลับไป พวกเขาจะช่วยพัฒนาประเทศของเขาเอง ในทางกลับกัน ถ้าเราไม่ให้เขาทำงานอย่างถูกกฎหมาย พวกเขาจะอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ และจะเป็นภัยต่อความมั่นคง 

 

 


เพื่อสนับสนุนการทำงานของกลุ่ม ธรศ. เมอร์ริล สมิธให้คำมั่นว่าองค์การยูเอสซีอาร์ไอพร้อมอยู่เสมอที่จะทำการล๊อบบี้ให้ประชาคมนานาชาติเข้ามีส่วนร่วมรับผิดชอบอย่างเท่าเทียมกัน โดยเมื่อไรก็ตามที่ผู้ลี้ภัยได้รับสิทธิต่างๆ องค์การยูเอสซีอาร์ไอ วอชิงตันดี ซี จะร่วมกับพันธมิตรในประเทศผู้บริจาค ในการผลักดันประชาคมนานาชาติให้บริจาคเงินช่วยเหลือ เพื่อสร้างศักยภาพของบริการสาธารณะในท้องถิ่นสำหรับทุกคน ทั้งคนไทยและผู้ลี้ภัย แทนที่จะเอาเงินส่วนนั้นไปใช้ในค่ายผู้ลี้ภัยโดยที่คนไทยท้องถิ่นไม่สามารถใช้ด้วยได้

 

  

 

 

 

2. แจ้งแถลงการณ์พันธกิจกลุ่มความร่วมมือภาคธุรกิจ แรงงานและศาสนาเพื่อสิทธิผู้ลี้ภัย


แถลงการณ์พันธกิจ
กลุ่มความร่วมมือภาคธุรกิจ แรงงาน และศาสนา เพื่อสิทธิผู้ลี้ภัย

กันยายน 2550

ประเทศไทยได้ให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยหลายล้านคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และปัจจุบันให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยหลายแสนคน ซึ่งได้แก่ผู้ลี้ภัยชาวพม่าจำนวน 140,000 คนที่อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยตามแนวชายแดนไทย-พม่าและอีกหลายแสนคนซึ่งหนีภัยประหัตประหารด้วยสาเหตุจากความขัดแย้งด้านเชื้อชาติและความคิดทางการเมืองที่อาศัยอยู่ภายนอกค่าย นอกจากนี้ยังมีคนลาวและคนสัญชาติอื่นๆ สถานการณ์ที่บังคับให้คนเหล่านี้ต้องหนีมานั้นยาวนานหลายสิบปีโดยยังไม่มีสัญญาณใดๆที่จะแสดงว่าสถานการณ์เหล่านั้นจะดีขึ้นในเร็ววัน

รัฐบาลไทยได้ริเริ่มนโยบายที่ปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยในทางที่ดีขึ้นหลายประการ ได้แก่ การออกเอกสารแสดงสถานะผู้ลี้ภัย การขยายโอกาสทางการศึกษา ซึ่งได้แก่การเปิดโครงการฝึกอาชีพและการสอนภาษาไทย กระนั้น ผู้ลี้ภัยในค่ายก็ไม่ได้รับสิทธิที่ระบุไว้ในอนุสัญญาปีค.ศ. 1951  อาทิเช่น สิทธิในการทำงาน ในการประกอบอาชีพ ดำเนินกิจการธุรกิจ ถือครองทรัพย์สิน เสรีภาพในการเดินทางและเลือกที่อยู่อาศัย และมีเอกสารเดินทาง ในขณะที่ ผู้ที่เข้าสู่โครงการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวได้รับสิทธิมากขึ้นเพียงเล็กน้อยและต้องอยู่ภายใต้สภาพที่เข้มงวดสูง และผู้ที่ไม่มีสถานะถูกต้องตามกฎหมายก็อยู่ในสภาพที่เปราะบางยิ่งกว่า สิทธิเหล่านี้ปรากฏในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆซึ่งประเทศไทยเซ็นลงนาม รวมทั้งในบทสรุปของการประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติซึ่งประเทศไทยก็เป็นสมาชิก การรับรองให้ผู้ลี้ภัยได้รับสิทธิต่างๆนี้เป็นความรับผิดชอบที่ประเทศต่างๆต้องแบกรับโดยเท่าเทียมกัน

การไม่ให้ผู้ลี้ภัยได้รับสิทธิเหล่านั้นก่อให้เกิดการสูญเปล่าของทรัพยากรมนุษย์ เพราะผู้ลี้ภัยเหล่านี้สามารถมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การไม่ให้ผู้ลี้ภัยได้รับสิทธิทำให้ผู้ลี้ภัยที่ทำงานเป็นแรงงานทั้งที่ขึ้นทะเบียนและไม่ขึ้นทะเบียน กลายเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์ และยังทำให้เกิดการหาประโยชน์จากตัวผู้ลี้ภัย เพราะการไม่มีสิทธิทำให้พวกเขาขาดอำนาจในการต่อรอง ในขณะที่มีการออกกฎหมายมาแก้ไขไม่พอเพียง และถูกยับยั้งไม่ให้เข้าร่วมกับสหภาพแรงงาน ซึ่งด้วยวิธีนี้ก็เป็นการบั่นทอนค่าจ้าง สภาพการทำงาน และอำนาจการต่อรองของแรงงานไทยด้วย นอกจากนี้การไม่ให้ผู้ลี้ภัยได้รับสิทธิยังขัดต่อค่านิยมทางพุทธศาสนาในเรื่องความเมตตาและกรุณาอีกทั้งยังขัดต่อหลักศีลธรรมจรรยา ในทางตรงกันข้าม การรับรองให้ผู้ลี้ภัยได้สิทธิเหล่านี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการทำความดี

กลุ่มความร่วมมือภาคธุรกิจ แรงงาน และศาสนา เพื่อยุติการกักเก็บผู้ลี้ภัยตกลงร่วมกันว่าจะทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย สมาชิกรัฐสภา และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมนโยบายที่ตระหนักถึงสิทธิผู้ลี้ภัยมากขึ้น และจะช่วยระบุตัว ให้ความรู้ และช่วยขับเคลื่อนประชาสังคมไทยในภาคอื่นๆให้สนับสนุนการพัฒนานโยบายเช่นนี้ เราจะทำงานร่วมกับกลุ่มพันธมิตรในประเทศอื่นๆในการส่งเสริมการร่วมรับผิดชอบของประชาคมนานาชาติในการคุ้มครองผู้ลี้ภัย ซึ่งได้แก่การจ่ายเงินคืนแก่โรงพยาบาล โรงเรียน และหน่วยงานอื่นๆสำหรับค่าใช้จ่ายใดๆที่เสียไปเพื่อให้ผู้ลี้ภัยได้มีสิทธิเสรีภาพในประเทศไทย เราจะช่วยพัฒนา เสนอแนะ และช่วยดำเนินการโครงการนำร่องเชิงสร้างสรรค์ต่างๆที่อาจทำให้ผู้ลี้ภัยได้รับสิทธิต่างๆเหล่านั้นและทำให้แน่ใจว่าการกระทำต่างๆเคารพผลประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติไทย 

 

3. บทความที่น่าสนใจ
ผู้อำนวยการองค์การยูเอสซีอาร์ไอเปิดเผยผลการสำรวจของสถาบันวิจัยเอแบคโพลล์
ในงานเดียวกันนั้น ดาเรศ ชูศรี ผู้อำนวยการองค์การยูเอสซีอาร์ไอ ประเทศไทย สรุปผลการสำรวจของสถาบันวิจัยเอแบคโพลล์ เธอตั้งข้อสังเกตว่าผลการสำรวจพบว่าคนไทยมีทัศนคติในด้านลบต่อผู้ลี้ภัย นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นถึงข้อกังขาในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่ข้อกังขาเหล่านี้อ่อนลงเมื่อพวกเขาพิจารณาว่าประชาคมนานาชาติอาจช่วยค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลและบริการสาธารณะอื่นๆของไทย เยาวชนรุ่นใหม่สนับสนุนสิทธิผู้ลี้ภัยมากกว่าผู้ตอบแบบสอบถามกลุ่มอื่น ซึ่งสะท้อนถึงโอกาสในอนาคตและสะท้อนว่าโอกาสการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยนั้นได้จะผลในหมู่เยาวชนรุ่นใหม่  มากกว่าคนรุ่นเก่าในขณะเดียวกันก็มีความจำเป็นที่ต้องทำให้คนรุ่นเก่ามีความเข้าใจในเรื่องผู้ลี้ภัยมากขึ้น ผู้ที่มีการศึกษาและรายได้สูงและข้าราชการเจ้าหน้าที่รัฐมีทัศนคติลบมากกว่ากลุ่มอื่นๆ  ผลด้านบวกที่พบ คือ ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนร้อยละ 78.8 สนับสนุนให้ผู้ลี้ภัยทำตัวเองให้มีคุณค่า โดยทำงานเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ร้อยละ69.3 เห็นด้วยว่าผู้ลี้ภัยควรมีส่วนช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยทำงานที่ตลาดแรงงานไทยขาดแคลน ดาเรศสรุปว่าข้อโต้แย้งเรื่องความมั่นคงนั้นเป็นข้อโต้แย้งนามธรรมที่เอามาอ้างเพื่อต่อต้านสิทธิของผู้ลี้ภัยเมื่อเปรียบเทียบกับข้อเท็จจริงของการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(TDRI) ที่ว่าแรงงานข้ามชาติเหล่านี้มีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตขึ้นร้อยละ 3 และประเทศไทยยังมีความต้องการแรงงานเพิ่มเติม (ดูเอกสารสรุปผลการสำรวจทัศนคติของคนไทยต่อผู้ลี้ภัยฉบับเต็มที่นี่)         
เมอร์ริล สมิธ คำถามที่มีคนถามบ่อยๆเกี่ยวกับการอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยได้รับสิทธิและผลที่ประเทศไทยจะได้รับ
บทความนี้ตอบข้อสงสัยที่หลายคนมี เช่น
“การคุ้มครองผู้ลี้ภัยจะเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศหรือไม่?”
ไม่ ผู้ลี้ภัยเป็นคนธรรมดาเหมือนๆกับเราทุกคน พวกเขาต้องการสิ่งที่เราทุกคนต้องการ นั่นคือการอยู่อย่างสงบสุข ห่างไกลจากการถูกประหัตประหารและความรุนแรง ทำงานสุจริตเพื่อเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว และมีชีวิตอยู่เป็นปกติสุขมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แม้ว่าพวกเขาไม่สามารถดำเนินชีวิตเช่นนั้นได้ในประเทศของเขาเอง

ผู้ลี้ภัยบางคนก็เหมือนกับคนไทยบางคนที่บางครั้งอาจก่ออาชญากรรม แต่พวกเขาไม่มีสิทธิที่จะก่ออาชญากรรมใดๆ และไม่มีสิทธิที่จะได้รับการปกป้องเป็นพิเศษหากทำเช่นนั้น ประเทศไทยมีสิทธิที่จะจับกุม ดำเนินคดีและ ลงโทษคนเหล่านั้น เหมือนที่ทำกับคนไทยที่ทำผิดกฎหมายอื่นๆ อนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยปี 1951 ยังได้อนุญาตให้มีการขับไล่ผู้ลี้ภัยคนใดคนหนึ่งด้วยสาเหตุด้านความมั่นคงแห่งรัฐและ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม ให้กลับไปประเทศต้นทางถ้าบุคคลนั้นเป็นภัยต่อประเทศที่เขาถูกตัดสินโทษว่ามีการก่ออาชญากรรมร้ายแรงเป็นอันตรายต่อชุมชนของประเทศ  แต่คนทุกคนนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ว่ามีความผิดและท่านไม่สามารถกล่าวหาคนทั้งกลุ่มสำหรับการกระทำของคนจำนวนน้อย มิฉะนั้นแล้ว ก็จะไม่มีใครในหมู่พวกเราที่จะปลอดภัย จากการถูกกล่าวหานั้น

“ผู้ลี้ภัยที่มีสิทธิในการทำงานตามที่ตนต้องการ จะแย่งงานคนไทยหรือบั่นทอนค่าจ้างและสภาพการทำงานของคนไทยไหม?”
ไม่ ผู้นำแรงงานไทยตระหนักว่า จริงๆแล้วผู้ลี้ภัยหลายคนกำลังทำงานในประเทศไทยทั้งที่ทำงานอยู่อย่างผิดกฎหมาย และทำงานโดยจดทะเบียนขออนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง ต่างก็มีความเปราะบางต่อการถูกทำร้ายซึ่งนั่นบั่นทอนเงินค่าจ้างและสภาพการทำงานของคนไทยด้วย ถ้าแรงงานผู้ลี้ภัยถูกต้องตามกฎหมาย พวกเขาจะอ้างสิทธิต่างๆของตนและต่อรองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและร่วมกับแรงงานไทยอย่างพร้อมเพรียงเพื่อเพิ่มค่าจ้างแรงงาน  

นอกจากนี้ ปริมาณงานในระบบเศรษฐกิจไม่ได้มีจำนวนที่ตายตัว อย่างความคิดที่ว่าหากคนหนึ่งได้งาน อีกคนจะไม่ได้งาน มันอาจจะมองเช่นนั้นเมื่อคุณสมัครงานบางอย่าง เหมือนกับที่ว่าโลกดูแบนเมื่อคุณยืนบนพื้นดิน อย่างไรก็ตาม งานเป็นกิจกรรมไม่ใช่สิ่งของ ยิ่งคนทำงานมากขึ้นเท่าไหร่ ขนาดของเศรษฐกิจก็จะใหญ่มากขึ้นเท่านั้น ความร่ำรวยและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไมได้หล่นจากฟ้าหรือผุดจากดิน มันเกิดขึ้นจากแรงงานมนุษย์ ความเฉลียวฉลาด และการค้า ในขณะที่ การควบคุมแรงงานมนุษย์ ความเฉลียวฉลาดในการคิดค้นผลิต และการค้าจะเพียงแค่ลดความร่ำรวยและลดโอกาส (และนั่นคือสาเหตุว่าทำไมกลุ่มธุรกิจมากมายสนับสนุนการให้ผู้ลี้ภัยได้ออกมาทำงาน)

“ถ้าเราให้ผู้ลี้ภัยอยู่และทำงานภายนอกค่าย พวกเขาจะไม่เข้ามาเยอะแยะหรือ?”
ไม่จำเป็นเสมอไป    แน่นอนว่าจะเป็นการไร้ศีลธรรมหากเราลงโทษผู้บริสุทธิ์ที่หนีภัยประหัตประหารด้วยการปฏิเสธสิทธิของพวกเขา เพราะคิดว่าจะช่วยขัดขวางผู้ลี้ภัยคนอื่นๆที่จำเป็นต้องหนีมา อย่างไรก็ตามไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆว่าการปฏิเสธสิทธิคนเหล่านี้จะทำให้ผู้ลี้ภัยคนอื่นๆไม่เข้ามา  ในทางกลับกัน มีหลักฐานมากมายที่แสดงว่าทำเช่นนั้นไม่ได้ผล  ทั้งนี้เพราะผู้ลี้ภัยไม่ได้เลือกที่จะมา แต่เพราะการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศบ้านเกิดของเขาต่างหากที่ทำให้เขาต้องหนีมา ผู้ลี้ภัยต้องอยู่ในค่ายในประเทศไทยมากว่า 20 ปี แต่ยังมีการเข้ามาเรื่อยๆเมื่อการสู้รบในประเทศพม่า และผู้ลี้ภัยบางคนก็เดินทางกลับไปเมื่อคิดว่าปลอดภัย แม้แต่ในกรณีของผู้ลี้ภัยชนกลุ่มน้อยชาวอัลบาเนียจากจังหวัดโคโซโว ประเทศเซอร์เบีย ซึ่งได้ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งพวกเขามีเสรีภาพเต็มที่ในการทำงานและเลือกที่อยู่อาศัย ก็ยังเต็มใจกลับโคโซโวเมื่อกองทัพเซอร์เบียถอนกำลังออกจากจังหวัดโคโซโว ชาวแองโกลาในแซมเบียหลายหมื่นคนเองก็กลับประเทศแองโกลาเมื่อการสู้รบยุติลง แม้ว่าพวกเขาจะมีสิทธิในการทำการเพาะปลูกในแซมเบีย (ในทางกลับกัน การจากไปของพวกเขาทำให้เกิดการลดลงของผลผลิตการเกษตรอย่างมหาศาล โดยเฉพาะผลผลิตมันเทศ สินค้าส่งออกของแซมเบีย ที่พวกเขารู้วิธีการปลูก)   

“การร่วมแบกรับภาระอย่างเท่าเทียมของนานาชาติหมายความว่าอย่างไร?”
โดยนิยามแล้ว การคุ้มครองผู้ลี้ภัยเป็นความรับผิดชอบของนานาชาติ มันไม่ใช่ความผิดของที่มีชายแดนติดต่อกับประเทศต่างๆที่เป็นต้นกำเนิดผู้ลี้ภัย ประเทศอื่นๆสามารถช่วยประเทศไทย โดยการรับผู้ลี้ภัยไปตั้งถิ่นฐาน โดยความพยายามทางการทูตเพื่อแก้ไขปัญหาที่ก่อเกิดผู้ลี้ภัย หรือโดยให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศเจ้าบ้าน สิทธิของผู้ลี้ภัยส่วนมาก เช่น เสรีภาพทางการเดินทาง และสิทธิในการทำงานไม่ได้ก่อเกิดค่าใช้จ่ายแก่ประเทศเจ้าบ้านโดยตรง แต่ยังมีเงินค่าใช้จ่ายทางอ้อมอื่นๆ เช่น การศึกษา การบริการด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอื่นๆ ผู้ลี้ภัยที่มีสิทธิในการทำงานอาจทำให้เกิดรายได้จากการเสียภาษีอากรเข้ารัฐแต่ถ้าไม่เพียงพอประชาคมนานาชาติควรช่วยชดเชยให้กับโรงพยาบาลโรงเรียน และรัฐบาลไทยสำหรับจำนวนที่ขาดไป นี่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับความสามารถของสาธารณูปโภคเหล่านี้ในการช่วยคนไทยเช่นเดียวกัน ไม่เหมือนกับการสร้างเครื่องอำนวยความสะดวกแยกต่างหากในค่ายที่คนไทยไม่สามารถเข้าถึงได้

องค์การยูเอสซีอาร์ไอมีกิจกรรมล็อบบี้รัฐบาลที่แข็งแกร่งในกรุงวอชิงตัน ดี ซี และมีผู้เข้าร่วมในการเคลื่อนไหวขององค์กรที่จะร่วมยุติการกักเก็บผู้ลี้ภัยในประเทศผู้บริจาคในทวีปยุโรปและเอเชียอยู่หลายร้อยกลุ่ม โดยในที่ที่ผู้ลี้ภัยมีเสรีภาพ พันธมิตรขององค์การสามารถรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้มีการเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและกำกับให้นำเงินนั้นไปช่วยสนับสนุนความสามารถของรัฐบาลประเทศเจ้าบ้านในการสร้างบริการต่างๆให้แก่ทุกคนมากกว่าที่จะเอาเงินนั้นไปใช้ดำรงค่ายผู้ลี้ภัยที่มีราคาแพงและแยกตัวออกไป นี่คือส่วนที่ที่บูรณาการของการณรงค์ทั่วโลกเพื่อร่วมยุติการเก็บกักผู้ลี้ภัย  (ดูเอกสารคำถามที่มีคนถามบ่อยๆ ที่นี่)         

รายงานข่าวจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 03/09/2550
“ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อยุธยา ยอมรับว่าหากมีการนำเข้าต่างด้าวเข้ามาทำงานในสถานประกอบการเป็นเรื่องที่ดี เพราะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนมากขึ้น”

นายสิทธิศักดิ์ วงศ์อ่อน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่าขณะนี้ภาคเอกชนโดยเฉพาะสถานประกอบการอุตสาหกรรมในจังหวัดฯ หลายแห่งเริ่มเปิดรับพนักงาน โดยเฉพาะบริษัท มินิแบ จำกัด เปิดรับสมัครพนักงาน จำนวนกว่า 1,000 อัตรา แต่ขณะนี้ผ่านไปแล้วกว่า 1 เดือน พบว่าไม่มีการสมัครเข้าทำงานแต่อย่างใด ทำให้บริษัทฯดังกล่าวขอนำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานเพื่อให้ทันกับกำลังการผลิต ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่า ผู้ว่างงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจำนวนมากไม่สนใจและเลือกงาน เนื่องจากตำแหน่งที่เปิดรับเป็นพนักงานฝ่ายผลิต ซึ่งผู้ที่ว่างงานส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เรียนจบในวุฒิการศึกษาที่สูงกว่า จึงไม่สนใจ และต้องการงานในสาขาที่ตรงกับคุณวุฒิเท่านั้น ที่จริงแล้วในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ผู้ที่มีวุฒิการศึกษาควรสมัครงานเพื่อให้ได้ทำงานไปก่อน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่จบการศึกษาแล้วคาดหวังสูงเกินไปที่จะทำงานให้ได้เงินเดือนสูงขึ้น

นายสิทธิศักดิ์ วงศ์อ่อน ยอมรับว่าหากมีการนำเข้าต่างด้าวเข้ามาทำงานในสถานประกอบการเป็นเรื่องที่ดี เพราะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนมากขึ้น ที่สำคัญหากประชาชนทั่วไปมองว่าแรงงานต่างด้าวอาจเข้ามาสร้างปัญหาในเรื่องอาชญากรรมในพื้นที่นั้น ตนเองไม่เห็นด้วย เนื่องจากเห็นว่าปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร้อยละ 90 เกิดจากกลุ่มวัยรุ่นในจังหวัดฯ ที่ไม่มีงานทำ อายุระหว่าง 12–18 ปี 

 

 

 

 

4. รายนามผู้ลงนามสนับสนุนถ้อยแถลงเรียกร้องให้ยุติการกักเก็บผู้ลี้ภัยประจำเดือนกันยายน
องค์การยูเอสซีอาร์ไอ ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรและผู้มีชื่อเสียงทั่วโลก ท่านเหล่านั้นเห็นด้วยว่าเป็นการสูญเปล่าที่เราเก็บกักผู้ลี้ภัยไว้ในค่ายโดยไม่ได้ให้โอกาสในการทำงาน การให้โอกาสผู้ลี้ภัยได้ทำงานจะเป็นผลดีต่อผู้ลี้ภัย และประเทศไทยที่ยังขาดแคลนแรงงาน ในประเทศไทย บุคคลและองค์กรที่ให้การสนับสนุนเพิ่มเติมประจำเดือนสิงหาคม มีรายนามดังต่อไปนี้

  • สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (ภาคแรงงาน)
  • ดร. แอนโทนี่ ประมวญรัตน สมาคมแนวร่วมภาคธุรกิจไทยต้านภัยเอดส์                                                       
    (Dr. Anthony Pramualratana, Executive Director, Thailand Business Coalition on Aids)      
  • คุณชัยพร จันทนา เลขาธิการสภา องค์การสภาแรงงานอิสระแห่งประเทศไทย


ท่านสามารถร่วมสนับสนุนกิจกรรมของเราได้ โดยการลงนามท้ายถ้อยแถลงขอความร่วมมือยุติการกักเก็บผู้ลี้ภัย (ดาวน์โหลดถ้อยแถลงได้ที่นี่)

รุณากรอกข้อมูลชื่อ-ที่อยู่ขององค์กรของท่านในเอกสารแนบ แล้วส่งกลับมาที่ dchusri@uscrithailand.org

 

 

 

 

 

 

 
   


องค์การ ยู เอส ซี อาร์ ไอ

บ้านเซเวียร์ 43 ซอยราชวิถี 12
ถนนพหลโยธิน